ปราจิณราษฎรอำรุง รุ่น86 ห้อง9

บริษัท บ๊วยเค็ม จำกัด(มหาชน) : สอดส่อง

เรื่องเล่า-เก้านี้

เมื่อคุณกลับมาจากสวิสเซอร์แลนด์คุณจะรู้สึก…………?  …………เมื่อครั้งยังเยาว์วัยสมัย ม.4 ขณะที่เราๆนั้นได้เล่าเรียนศึกษากันอยู่ในเวลาบ่ายหรือเช้าก็มิอาจที่จะจำได้ แต่ที่รู้ๆคือ เป็นคาบเรียน วิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งเรานั้นได้เรียนกับท่านอาจารย์ ประทีป ซึ่งไม่แน่ใจนักว่าการเรียนการสอนในวันนั้นเป็นการที่มีท่านอาจารย์มาสอนแทนหรือเรานั้นได้เรียนกับท่านอาจารย์ ประทีปนี้มาโดยตลอด แต่เอาเป็นว่าได้เรียนกับท่านอาจารย์ผู้นี้ การเรียนในวันนั้นได้มีการเรียนในเนื้อหาที่มากมาย แต่ประเด็นของเรื่องที่จะนำเสนอในเรื่องนี้ ก็อยู่ที่เรื่องของการที่เรานั้นได้นั่งเรียนกันไปจนไป สะดุด กับคำว่า สวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งท่านอาจารย์ ก็ได้เล่าถึงบรรยากาศ สภาพภูมิประเทศ หรือสิ่งต่างๆมากมายที่เกี่ยวข้องกับประเทศนี้ ซึ่งดูออกจะละเอียดซ๊ะ จนทำให้น่าไปเป็นอย่างมาก จนประเด็นสุดท้ายของเรื่องนี้มาจบอยู่ที่ว่า ท่านอาจารย์นั้น ได้ตั้งคำถามมาถาม บรรดาสมาชิกของห้องเรานั้นว่า …นี่พวกเธอรู้ไหม?ว่าเมื่อเราได้ไปเที่ยวที่สวิสเซอร์แลนด์แล้วกลับมาอ่ะ…ทุกคนจะรู้สึกอย่างไร(ถามประมาณนี้) เป็นคำถามง่ายๆที่ว่าเมื่อใครได้ไปเที่ยวแล้วจะรู้สึกอย่างไรเมื่อกลับมา หลายคนต่างก็ตอบว่า สนุก หรืออะไรไปต่างๆนานา  แต่ท่านอาจารย์นั้นกลับบอกว่าเราจะรู้สึกอย่างไร โดยที่ให้ตอบมาเป็น ภาษาอังกฤษ บางคนก็ตอบไปตอบมา โดยที่ไม่มีใครหรือผู้ใดที่ตอบ แล้วคำตอบจะถูกใจหรือ ตรงกับคำตอบที่ท่านอาจารย์ ตั้งไว้เลยสักคนเดียว ทำเอาบรรยากาศวันนั้นเริ่มไม่ค่อยสู้ดีขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ ท่านอาจารย์ ท่านก็ได้พูดออกมาว่า…เอา..จะใบ้ให้นะ เมื่อคุณกลับมาจากสวิสเซอร์แลนด์คุณจะรู้สึกอย่างไร …แบบที่ว่า ขึ้นต้นด้วยตัว..F…แล้วลงท้ายด้วยตัว..Y..หลายต่อหลายคนต่างคิดๆกันไป ซึ่งในขณะนั้นเองในมุมๆหนึ่งของเรานั้นได้มีหญิงสาวคนหนึ่งได้คำตอบดีๆขึ้นมา..และไม่ว่าด้วยเพราะสปีริชความเป็นศิษย์ เก่าแห่ง โรงเรียนมารีวิทยาปราจีนบุรีที่ได้ทำการให้ท่องคำศัพท์ทุกๆเช้า..หรือไม่ว่าจะเป็นเพราะความเก่งกล้าสามารถที่อยู่ในสายเลือด แห่งเด็ก หนองเข้ หรืออาจจะเป็นเพราะจิตวิญญาณแห่งว่าที่..Creative.ของบริสัทชื่อดังในอนาคต..ซึ่งทำให้เธอได้ความมั่นใจมากมายในคำตอบของเธอนั้นที่ว่า..เราจะรู้สึกอย่างไรเมื่อกลับมากจากสวิสเซอร์แลนด์ที่จะเป็นความรู้สึกที่แบบว่า ขึ้นต้นด้วยตัว..F..แล้วลงท้ายด้วยตัว..Y..เธอจึงยกมือขึ้น ซึ่งเพื่อนๆต่างรอลุ้นกันอยู่ว่าเธอผู้นี้จะตอบว่าอะไร เมื่อยกมือขึ้นดังนั้นแล้วเธอจึงพูดตามด้วยว่า..เราจะรู้สึก ..Factory..ค่ะ…หลายคนที่แปลความหมายของคำนี้ออก กลับอึ้งว่าเธอคิดได้ไงรู้สึก Factory หรือว่าคำนี้จะมีความหมายแผงเป็นอย่างอื่นได้อีก ที่เราไม่รู้ แต่ก็จริงตรงตามคำตอบที่ท่านอจารย์ได้ใบ้ให้คือ ที่ว่าขึ้นต้นด้วยตัวFแล้วลงท้ายด้วยตัวYเมื่อท่านอาจารย์ได้ยินคำตอบดังนั้นแล้วท่านอาจารย์กลับทำหน้าอึ้งเช่นเดียวกับเพื่อนๆหลายต่อหลายคน ที่แปลความหมายของคำๆนี้ได้แล้วหัวเราะกันออกมาว่า เออ…รู้สึก..Factory…คิดไปได้เนาะ..ขึ้นต้นด้วยตัวFแล้วลงท้ายด้วยตัวY….เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วท่านอาจารย์ท่านได้เกรงว่า ภาษาอังกฤษจะมาจบที่รุ่นนี้จริงหรือ..?ท่านเลยพูดออกมาว่า ..เอาหล่ะเฉลยก็ได้ก่อนที่คำตอบมันจะยิ่งไปกว่านี้อีก คำตอบก็คือ …เราจะรู้สึก.Freshy.ต่างหากเล่า เมื่อเรากลับมาจากสวิสเซอร์แลนด์อ่ะ..โดยที่ท่านอาจารย์ได้ให้เหตุผลด้วยว่าเพราะที่นั่นอากาศดี น้ำก็ดี อะไรๆก็ดีไปหมดทุกอย่างจึงทำให้คนที่ได้ไปมารู้สึก ..สดชื่น..นั่นเอง………………………….เฮ่อ…คิดได้ไง…….เรารู้จะรู้สึก……………………………โรงงาน

                                                                                                                          By…sec Admin

ระกำ……ลำใย.……….. เรื่องที่มีการถามถึงมากที่สุดในเรื่องเล่าเก้านี้คือเรื่องนี้เอง ไม่รู้ว่าด้วยเพระเหตุผลอันใด หรือว่าอย่างไรก็ตาม แต่ได้มีผู้ที่ร้อนตัวออกมาก่อน ว่าไม่ต้องเล่าเพราะว่าไม่มีอะไร หรือบางคนว่าดีนะที่ไม่มีเรื่องนี้ แต่ด้วยเพราะความที่ว่าคนที่พูดนั้นอาจจะไม่รู้ว่าจะมีเรื่องนี้ขึ้นมาจริงๆจึงได้พูดไปอย่างนั้น ดังนี้เราจึง ขอเล่าให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกัน เรื่องนี้ก็ยังคงเป็นอีกเรื่อง 1ที่ทำให้ห้องเรานั้นดังเป็นอย่างมาก ถ้าเรื่องนี้นั้น ได้หลุดออกไปแต่พอดีว่าเรื่องนี้นั้น มิได้หลุดออกไปจึงทำให้ไม่มีใครได้ทราบ หรือต้องเสียหายไปแต่ประการใดนั่นเอง ประกอบกับทางทีมงานนั้นได้มีความเห็นว่า เป็นเรื่องที่น่าจะนำมาเปิดเผยได้แล้ว เพระว่า คดีนี้ได้ ขาด อายุความไปแล้ว(ถือเอาตามการเรียนแค่3ปีเป็นอายุความ) คดีนี้เป็น ลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา334….โอวนอกเรื่องไปเยอะ เอาเป็นว่าที่กล่าวมาย่อมเกี่ยวข้องแน่นอน เข้าเรื่องกันอีกสักทีดีกว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นสมัยที่เรานั้นเรียน ม.4 เมื่อเราๆได้นั่งอยู่ที่ห้องเรียนนั้น เพื่อนของเรากลุ่มหนึ่งซึ่งในที่นี้ไม่ขอกล่าวว่าเป็นใครกันบ้างเอาเป็นว่าก็น่าจะรู้ๆตัวกันอยู่หรือถ้าใครไม่รู้ก็ลองไปถามบรรดาเพื่อนๆที่ยังคงจำกันได้นะว่าใครกันบ้าง เพื่อนๆกลุ่มนี้ได้เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับผลไม้2อย่างคือ ระกำ กับ ลำใย ซึ่งไม่รู้ว่าเพราะความรักต่อเพื่อนไหม่หรือว่า เพระต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนไหม่(หรือต้องการผู้รับผิดด้วย…อันนี้เมื่ออ่านจบแล้วจะรู้เองว่าทำไม) จึงทำให้เพื่อนกลุ่มนี้นำผลไม้ที่กล่าวมานั้นมาแจกเพื่อนๆที่ห้องให้กินกันแต่บางคนอาจไม่ได้กิน ข้อนี้ผู้เขียนขอบอกด้วยว่าผู้เขียนก็ไม่ได้กินนะ (ออกแนวร้อนตัวไว้ก่อน)เมื่อเวลาผ่านไปสักพักก็ได้มีท่านอาจารย์ประจำหมวดสังคมท่าน 1เดินเข้ามา แล้วถามว่าใครเป็นคนไปเอาระกำกับลำใยมา ออกมาเดี๋ยวนี้ ทุกคนในห้องต่างงงว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเมื่อประมาณว่าท่านอาจารย์ได้พูดออกมาอีก1ครั้งจึงทำให้ทุกคนได้เข้าใจได้เลยว่า ใครเข้าไปโขมยระกำกับลำใยที่ห้องพักครูหมวดสังคมมา ออกมาเดี๋ยวนี้  เท่านี้ทุกคนจึงอึ้งว่าอ่าวโขมยมาหรือนี่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็งงๆพร้อมกับประมาณว่ากลัวความผิดจนท่านอาจารย์ที่ถามเริ่มอารมณ์เสียแล้วจึงถามแล้วก็ไม่มีใครยอมรับออกมา จนสุดท้ายจึงได้มีเพื่อน1คนที่ได้ไปโขมยมานั้นได้พูดออกมาว่า…เอ้ย..ใครไปเอามากินพวกมึงก็ออกมาสิ..หรือพวกมึงจะให้เพื่อนโดนกันทั้งห้อง…เมื่อจบคำพูดนั้นคนพูดก็ก้าวออกไปนอกห้องและพวกที่ไปโขมยมาก็เดินออกตามกันไปทุกคน แต่หลังจากนั้นไม่ทราบว่า เพื่อนกลุ่มนั้นโดนอะไรกันบ้าง ใครรู้ช่วยบอกที..???แต่ที่รู้ๆคือเป็นที่สงสัยกันว่าทำไมท่านอาจารย์ที่มาตามนั้นถึงรู้ว่าเป็นห้องเราที่โขมยมา แต่เมื่อวิเคารห์ก็ทำให้เราได้รู้ว่าทำไมท่านอาจารย์ผู้นั้นถึงรู้ได้ ก็เป็นเพราะว่า บรรดาผู้ที่โขมยนั้นมิได้โขมยเปล่าๆแต่ดันเดินกินมาเรื่อยๆตามทาง แล้วทิ้งเปลือกและเมล็ดของลำใยตามทางที่เดินมาเรื่อยๆจนมาสุดที่ประตูหลังห้องของพวกเรา ดังนี้จึงทำให้ท่านอาจารย์ได้เดินตามเปลือกมาเรื่อยๆจนสุดที่หลังห้องของเรานี่เอง และเชื่อได้ว่าคนในห้องเรานี่เองที่เป็นขโมย….เอ้อ…..คิดจะโขมยแต่ดันทิ้งหลักฐานไว้และไม่ใช่หลักฐานธรรมดาซ๊ะด้วยนะ แต่ดันเป็นหลักฐานที่อาจถือได้ว่าโคตรจะ100เปอร์เซนเลยที่จะทำให้เชื่อได้ว่าโขมยคือคนที่อยู่ห้องนี้นี่เอง

                                                                                                                                By…sec Admin

วิชา ลีลาส ที่แสนจะ เหน็ดเหนื่อย…………..การเรียนอีกวิชาหนึ่งที่หลายต่อหลายคนต่างอาจไม่รู้ หรือไม่ได้สัมผัสเพราะเป็นวิชาที่ทางการเรียนการสอนนั้น ได้มีการให้เลือกเอาว่าจะเรียนวิชาอะไร คือ1วิชาลีลาส2.วิชาฟุตบอล ซึ่งหลายต่อหลายคนต่างก็เลือกแตกต่างกันออกไป และในที่นี้จะขอกล่าวถึงวิชาลีลาสที่แสนจะเหน็ดเหนื่อยสมบุกสมบัน ที่อาจกล่าวได้ว่าถึงขนาดที่คนที่ไม่ได้เรียนนั้นย่อมไม่รู้ถึงความยากลำบากเหล่านี้เลย การเรียนวิชานี้นั้น แทบที่จะนับได้เลยว่าเจอท่านอาจารย์ทั้งหมดกี่ครั้ง  ครั้งแรกเจอท่านอาจารย์เพียง1คาบแล้วหลังจากนั้นก็ผ่านไปประมาณ1เดือนถึงจะเจออีก1ครั้ง  และเมื่อเจอท่านอาจารย์ทีไรท่านก็จะสอนๆๆแล้วก็สอบเลยทันที ทำเอาบรรดาสมาชิกที่เข้าเรียนนั้นต่างก็เตรียมตัวเตรียมใจกันไม่ค่อยจะไหว ถึงวิธีการสอนของท่านอาจารย์คือจะเป็นแบบที่ว่า เข้ามา สอน1ท่า 2 ท่า 3 ท่า ท้ายชั่วโมง สอบๆๆๆแล้วก็เลิกเรียน เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่เจอท่านอาจารย์ แต่ไม่ใช่ทุกอาทิตย์ เพระว่า ไม่ได้เจอท่านอาจารย์ทุกอาทิตย์จึงทำให้ผู้ที่เรียนนั้น ต้องไปนั่งดูเพื่อนๆคนอื่นที่เรียนฟุตบอลแทบทุกคาบเลย ลำบากมากมายจริงๆเหน็ดเหนื่อยมากๆๆด้วยใช่ไหมล่ะ?

                                                                                                                                By…sec Admin

บ๊วยเค็ม…รีฟิวส์.……………ของทานเล่นที่บรรดาท่านๆหลายต่อหลายคนที่เป็นสมาชิกของห้องเราที่มีชื่อเสียง มีไม่กี่อย่างไม่ว่าจะเป็น ซ๊อกโก้บี มะม่วงกวนทรงเครื่อง เวเฟอร์สอดไส้ ขนมปังไส้สับปะรด ซึ่งบรรดาขนมทั้งหมดเท่าที่กล่าวมานี้เราสามารถหาซื้อได้ที่สหกรณ์ที่ชั้น1อาคาร3ซึ่งยังมีขนม หรือเราอาจจะเรียกได้ว่าเป็นของว่าง ที่ท่านอาจารย์ที่ปรึกษาของเรานั้นได้ทานประจำอีก อย่างหนึ่ง ที่เราได้เห็นแล้วต่างก็กล่าวถึงกันบ่อยๆในวงสนทนานั่นก็คือบ๊วยเค็ม ซึ่งท่านอาจารย์ที่ปรึกษาเรานั้นชอบที่จะนำออกมา ทานในขณะสอนหนังสือไปด้วย และการทานของท่านอาจารย์นั้น ก็ยิ่งทำให้เราๆบรรดาผู้ที่ได้เห็นอดยิ้มหรือหัวเราะออกมาไม่ได้ เพราะว่า ลักษณะของการทานนั้นจะเป็นออกไปแนว ประมาณว่าทานทีละนิดๆ ที่ออกแนวประมาณว่าเป็นค่าเฉลี่ยที่น้อยกว่าจิบอีกหลายเท่า และเมื่อมีการจิบแล้วท่านอาจารย์ก็จะเก็บส่วนที่เหลือเข้าถุงที่ห่อมานั้นตามเดิม จนทำให้สมาชิกบางคนนั้น คิดว่านั่นเป็นการประหยัดอีกแบบหนึ่งในการช่วยชาติ หรือบางคนนั้นอาจจะคิดว่าท่านอาจารย์นั้น จะค่อยๆจิบที่ละนิดเมื่อหมดแล้วจึงเหลือ แต่เมล็ด แล้วจะนำกลับไปตากแดดแล้วนำกลับมาทานไหม่เป็นการ รีฟิวส์ นำกลับมาใช้ทานไหม่ อีกรอบ ดังนี้จึงเป็นความคิดและออกมาเป็นแนวทางเล่นๆในการนำเอามาสนทนาเล่นกัน ในบรรดาของสมาชิก ห้องเรานั้นนั่นเอง

                                                                                                                           By…sec Admin

รายงาน บาสเก๊ตบอล ที่แสนจะเซง..………..การเรียนทุกๆที่ก็ย่อมมีการทำงานส่ง การทำการบ้านหรือการทำรายงาน ซึ่งแต่ละที่ก็ย่อมมีเรื่องราวมากมายมาต่างๆนานา เป็นการเฉพาะวิชาที่เรานั้นได้เรียนได้ศึกษากัน ซึ่งเรื่องที่จะนำเสนอในที่นี้เราจะขอกล่าวถึงสมัยที่เรานั้นได้เรียนวิชา พละศึกษา ตอนสมัยเรียน ม…..(อันนี้จำไม่ได้ )ที่เรานั้นได้เรียนวิชาบาสเก๊ตบอล ซึ่งเรานั้นได้เรียนกับท่านอาจารย์ วิรัตน์ ซึ่งท่านเป็นท่านอาจารย์ที่หุ่นดี สูงใหญ่ เหมาะสมเป็นอย่างมากที่จะสอนวิชานี้ การเรียนนั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากมายเป็นพิเศษ นอกจากเมื่อมีการสั่งทำรายงาน1ฉบับนี้ วันนั้นทุกคนได้เข้าไปเรียนวิชานี้กันตามปรกติและไม่คิดว่าจะมีเรื่อที่ทำให้ต้องเซง ดังที่จะเกิดต่อไปนี้คือ คาบเรียนนั้นท่านอาจารย์ได้สั่งทุกคน และบอกว่าวันนี้จะไม่มีการเรียนการสอนแต่จะปล่อยให้ทุกคนไปหาข้อมูลมาทำรายงานส่งซึ่ง สิ่งนี้เป็นเรื่องที่สบายมากสำหรับเราๆท่านๆและหลายต่อหลายคนต่างก็คิดว่าจะต้องมีการแบ่งกลุ่มและทำรายงานกันตามปรกติ ก็เลยทำให้หลายต่อหลายคนก็คิดๆในใจว่าสบายๆ อาจจะจ่ายเงินอย่างเดียวโดยให้คนอื่นทำในกลุ่ม หรือไม่ก็แบ่งหน้าที่กันทำสบายๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น กลับตรงกันข้าม เมื่อท่านอาจารย์ได้สั่งว่า ให้ทำเป็นรายบุคคล คนละ1ฉบับเลย  ก็เลยทำให้หลายต่อหลายคนต่างก็งงๆๆพร้อมกับรู้สึกหดหู่ ที่ว่าจะต้องทำเอง แต่ก็อาจที่จะมีบางคนอาจจะคิดว่าไม่เป็นไรสมัยนี้แล้วเทคโนโลยีก้าวไกล ทำแล้วก๊อปได้ ตัดโน้น เติมนี้บ้าง ก็ไม่เหมือนกันแล้วสบายๆ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนเซงนั้น ในที่สุดก็เกิดขึ้นคือ เมื่อท่านอาจารย์ ได้สั่งว่าให้รายงานทุกเล่มนั้น เขียนด้วยมือเท่านั้นห้ามเด็จขาดคือการพิมพ์ โดยท่านอาจารย์ให้เหตุผลว่า เด็กสมัยนี้เล่นแต่คอมจนนิ้วไม่ค่อยได้ใช้งาน เพราะฉะนั้นจงเขียนเท่านั้น และต้องไม่ต่ำกว่า10หน้า เท่านั้นก็ทำให้ทุกคนเกิดอาการเซงสุดๆพร้อมกับอึ้งในคำสั่งทำรายงานนั้น เป็นการตัดฝันถึง 2เรื่องราวในคราวเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการเอาเปรียบเพื่อนโดยการทำงานเป็นกลุ่ม หรือการที่ให้เพื่อน1คนทำแล้วเราก๊อปต่อๆๆอีก และเรื่องนี้ผู้เขียนก็เป็น1ในผู้ที่คิดเช่นนั้นแล

                                                                                                                           By…sec Admin

น้ำเต้า ปู ปลา กับ เพื่อน ผู้หักหลัง..………..ใช่แล้วเมื่ออ่านชื่อเรื่องแล้วนั้น หลายต่อหลายคนอาจจะดูงงๆ หรืออาจจะมีความเข้าใจ หรือมีความคิดไปต่างๆนานาว่าเรื่องนี้นั้นเป็นเช่นไร แต่ทางทีมงานขอนำเรื่องนี้ไว้ เพื่อเป็นความรู้หรือความเข้าใจว่าภายในห้องของเรานั้นได้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วย ซึ่งสาเหตุที่ตั้งชื่อเรื่องเช่นนี้ ทางผู้เขียนเห็นว่าเรื่องราวที่กำลังจะเล่านี้เป็นเรื่องที่เราสามารถแปลและเข้าใจได้ตรงตามตัวชื่อเรื่องเลย บางคนอาจจะรู้เรื่องนี้หรือบางคนอาจจะไม่รู้เลย แต่ทางเราขอนำเสนอดังต่อไปนี้ เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาบ่ายแก่ๆวันหนึ่งซึ่งห้องเรานั้นไม่มีเรียน หรือมีเรียนแต่อาจจะไม่มีการสอนเช่น วิชา เกษตร ขณะนั้นผู้เขียนได้อยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย สถานที่นั้นก็คือ เล้าไก่ อาจารย์เล็กที่ที่เป็นที่สิงสถิตของบรรดาเราๆท่านๆทั้งหลาย ขณะนั้น เพื่อนของเราหลายคนอยู่ที่นั่น ซึ่งในที่นี้ขอปิดนามไว้ว่ามีใครกันบ้าง แต่ถ้าบางคนอ่านก็อาจจะรู้ได้ว่าเป็นตัวท่านเองด้วยหรือเปล่า แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าเป็น ผู้ชายทั้งหมด ราวๆ6-8คน ซึ่งมีการเล่นการพนันชนิดหนึ่งนั่นก็คือ เล่นน้ำเต้าปูปลา ซึ่งได้เล่นกันต่อเนื่องกันเป็นเวลาพอสมควรแล้วและอยู่ดีๆก็มีท่านประธานนักเรียน เดินทางมาพร้อมกับท่านอาจารย์….เพื่อมาจับการเล่นการพนันนั้น ซึ่งถ้าจะเอาตามความเป็นจริงนั้น ไม่มีใครที่จะสามารถรู้ได้เลยว่าเพื่อนห้องเรานั้นเล่นการพนันอยู่ เพราะลักษณะนั้นเหมือนกับการที่ว่าเรานั้นกำลังนั่งคุยนั่งเล่นกันอยู่ แต่เมื่อเราได้ดูจากการเดินเข้ามา ของประธานนักเรียน กับท่านอาจารย์ผู้นั้น ก็ทำให้พวกเราได้รู้ว่า ได้มีการถูกหักหลังเป็นอย่างแน่แท้ และไม่มีใครอื่นไกล ต้องเป็นสมาชิกของห้องเราเป็นอย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมาข้างต้นเมื่อเหตุการณ์นี้ได้ผ่านไปไม่กี่นาที เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มจึงนึกขึ้นมาได้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ว่าท่านอาจารย์กับประธานจะมาพร้อมๆกันและดิ่งมาจับการเล่นพนันนั้นเองโดยที่ไม่รู้อะไร และอีกอย่างการที่ห้องเราเล่นนั้นก็ไม่มีใครที่จะสามารถที่จะรู้ได้ว่าทำอะไร นอกจากจะเป็นสมาชิกในห้องของเราเอง ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วจึงมีการลงความเห็นกันว่าเป็นใคร ซึ่งในที่นี้ไม่ขอกล่าวถึงถ้าอยากรู้เป็นการส่วนตัวก็ลองไปถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นี้ดู ท่านจะทราบเองว่าเพื่อนผู้หักหลังผู้นั้นเป็นใคร และขอบอกให้ผู้ที่หักหลังนั้นได้รู้ว่าพวกเราทุกคนที่อยู่ที่นั่น รู้ว่าเป็นคุณ และก็อย่าคิดว่าทำอะไรที่ไม่ดีกับเพื่อนแล้วจะไม่มีใครรู้นะ กับเพื่อนคุณยังหักหลังได้ นี่หรือคือสิ่งที่คุณตอบแทนในมิตรภาพแห่งความเป็นเพื่อนของห้องเรา

                                                                                                                                   By…sec Admin

 

เรารักโนโว่

……….คำๆนี้เมื่อจะพูดถึงกันจริงๆนั้น มันมิได้มีความหมายใดๆเลย เมื่อคนอื่นได้ยิน แต่คำๆนี้นั้น สำหรับสมาชิกของห้องเราเมื่อพูดถึง ก็จะอดยิ้มหรือขำกันไม่ได้ สำหรับสมาชิกคนที่จำได้ ความหมายแผงที่แท้จริง ของคำๆนี้นั้น มิอาจที่จะกล่าวออกมาให้เป็นคำพูด ที่จะทำให้เข้าใจได้ แต่ทางเรานั้นจะขออธิบายให้เพียงพอที่จะเป็นที่เข้าใจกันได้ ไม่มากก็น้อยนะครับ คำๆนี้เมื่อมันไปอยู่ที่ใดก็ย่อมไม่มีความหมายสำหรับพวกเรา แต่มันดันไปอยู่ที่ ท้ายรถยนต์ สปอทปอเช่ย์ รุ่นเปิดประทุน สีส้ม คันงาม ของท่านอาจารย์ ที่ปรึกษาของเราๆท่านๆสมัย ม.6 ใช่แล้วครับท่านนั้นก็คือ ท่าน อาจารย์ …… ของเรานั่นเอง เรารักโนโว่ความหมายที่แท้จริงนั้นก็เป็นความหมายรวมๆของท่านอาจารย์ที่ปรึกษาของเรานี้นี่เอง ไม่ว่าจะเป็นเพราะความมีเชื้อเจ้าของท่านอาจารย์ หรือไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการสอนที่ชอบให้ออกมารายงานหน้าห้องเกือบทุกคาบ หรือ เรื่องของเอกสารการเรียนของเราๆที่อั๊ฟเดทเกือบทุกคาบ  ทำใหม่ทุกครั้งที่มีการเรียน(ประชด) หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ขนม ทานเล่นของท่านอาจารย์หรือจะเป็นเรื่องที่ อาจจะสำคัญที่สุด นั่นก็คือ สภาพ ความสวยงามทั้งทันสมัย สวยหรูปราดเปรียว ของยานยนต์อัจฉริยะของท่านอาจารย์ที่แม้กระทั้งฮอลลิวูท ยังอาจจะเคยคิดที่จะติดต่อที่จะขอเช่าเพื่อนำไปเป็นรถยนต์ต้นแบบของหนังเรื่อง เจมบอน ทุกภาค และทั้งหมดเหล่านี้เองที่เป็นสิ่งที่ทำให้เรา ต้องอดยิ้มหรือขำไม่ได้เมื่อได้พูดหรือได้ยินคำว่า…เรารักโนโว่

                                                                                                                             By…sec Admin

ตีไก่ กีฬาประจำชาติ ………..กิจกรรมส่วนใหญ่ในช่วงสมัยม.ปลายของเราๆท่านๆ ที่ได้ทำกันมากในช่วงม.6นั้น ถ้าจะให้พูดถึงนั้น หลายคนคงจะยังไม่น่าที่จะลืมไปได้ เมื่อเราจะพูดถึงเรื่องของ การเล่น…ตีไก่ ครับบางท่านอาจจะลืมไปแล้วว่ามันคืออะไรเหรอ..? ที่จริงแล้วมันเป็นการ..พนันชนิดหนึ่ง แต่บรรดาเราๆนั้นไม่คิดว่ามันเป็นเช่นนั้น เราต่างคิดกันว่า มันเป็นการประลองฝีมือ ความแม่นยำของนิ้วเรา ว่าจะแม่นควบคู่กับสายตา และดวง ได้มากน้อยเพียงใด มันเป็นการเอาเหรียญมาเรียงๆซ้อนๆกันเท่ากับจำนวนคนที่เล่นแล้วพลิกให้เหรียญทุกเหรียญมีหน้าที่หันไปในด้านเดียวกัน แล้วต่างผลัดกันตีเพื่อให้เหรียญพลิกไปอีกด้านเมื่อผู้ใดทำได้ผู้นั้นย่อมได้เหรียญที่เปลี่ยนหน้านั้นไป และผู้ที่ช่ำชองและ ชอบเป็นชีวิต จิตใจ จนอาจจะเรียกได้ว่าจนเข้าสายเลือดเลยก็ว่าได้นั้นมีเพียง 1 คน คือ แตง หล่อนจะเป็นคนที่ ชอบชวนเพื่อนๆเล่นบ่อยมากถึงมากที่สุด หรือไม่ว่าเพื่อนคนใดเล่นกันอยู่ เธอนั้นก็จะไปขอแจมด้วยเกือบ ทุกวงก็ว่าได้

                                                                                                                            By…sec Admin

สอบท่อง..อาขยาน ม.6. ………เมื่อพูดถึงการสอบท่องอาขยานนั้น หลายต่อหลายคนคงจะจำกันได้ดี ว่าเป็นวิชา ภาษาไทย ของเรานั่นเอง ซึ่งหลายต่อหลายคนอาจจะชอบหรือไม่ชอบ ก็ตามแต่ละความคิดของแต่ละบุคคล และในเรื่องราวนี้ เราขอนำเสนอเกี่ยวกับ การสอบท่องอาขยาน ตอน ม.6 ซึ่ง บรรดาเราๆท่านๆนั้นได้เรียนกับท่าน อาจารย์ พิศวง ซึ่งวันนั้นเป็นเพลา บ่ายแก่ๆจวนแล้วที่จะเลิกเรียนและจะได้กลับบ้านกัน ก่อนหน้านั้นเป็นเวลาเกือบเดือน ที่ท่านอาจารย์ได้ให้นักเรียนทุกคนนั้นได้ไปท่องอาขยานมา แล้วจับกลุ่มกันและซ้อมเพื่อความพร้อมเพรียงกัน เมื่อมีการสอบนั้น ท่านอาจารย์ได้เรียกให้แต่ละกลุ่มออกมาท่องไปเรื่อยๆ จนถึง จุดสำคัญของเรื่องนี้ก็อยู่ตรงท ี่เมื่อได้มีการเรียกกลุ่ม ของนาย ปิยะพงษ์ ออกมา ทุกอย่างก็ดูเป็นปรกติดีทุกอย่าง เมื่อถึงคราวท่อง ท่านอาจารย์ให้ไปยืนที่หลังห้องแล้วท่องออกมา เมื่อท่องไปเรื่อยๆเพื่อนๆเริ่มเกิดอาการหัวเราะกันบ้าง แต่ไม่มากจนเป็นที่น่าสงสัยแต่อย่างใด แต่สุดท้ายแล้วความลัพท์ก็แตกออกมา เพราะท่านอาจารย์ได้สังเกตุเห็นเองว่า มีสิ่งผิดปรกติเกิดขึ้นท่านอาจารย์จึงเรียกไปว่า ปิยะพงษ์ เธอมองอะไรอ่ะ? แล้วเพื่อนๆทุกคนก็หันไปดูกันเมื่อพูดจบท่านอาจารย์ก็เดินตรงไปที่ปิยะพงษ์ทันที และภาพที่ทุกคนเห็นก็คือ ท่านอาจารย์ หยิบหนังสือภาษาไทยที่กางออกแล้ว มาปิดลงแล้วบอกว่ายกเลิก ให้ไปเตรียมตัวมาใหม่ทั้งกลุ่ม(ประมาณนี้)เพื่อนๆต่างพากันหัวเราะเพราะว่าที่จริงแล้วนั้น นายปิยะพงษ์ได้นำหนังสือไปกางพิงไว้กับหลังเพื่อน คนที่นั่งหลังสุดเพื่ออ่านอาขยานทั้งหมดเลย แต่เผอิญว่าด้วยความที่เค้านั้นอาจจะสายตาสั้นหรือด้วยความกลัวโดนจับได้หรือไม่ก็ เพราะว่าเพื่อนที่ให้พิงนั้นไม่อยู่นิ่ง จึงทำให้ความแตกขึ้นมาได้เพราะมันค่อนข้างจะผิดสังเกตุในการท่องหนังสือ จึงทำให้โดนจับได้ และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะตลกมากมายอีกเรื่องหนึ่งที่ทางทีมงานต้องการให้ทุกท่านได้ระลึกถึงเสมอๆ

By…sec Admin

ถอดกระโปรงมา…….เดี๋ยวนี้ ……เรื่องนี้จะถือได้ว่าทำให้ห้อง 9 เรานั้นโด่งดังน่ายกย่องมากที่สุดในรอบ ปีเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นเรื่องที่น่าจะทำให้ท่านอาจารย์ ประภา แห่งหมวดสังคมและบรรดาเพื่อนห้องเรานั้นได้จำไปอีกนานและน่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เรื่องมันเริ่มจากตอนเช้าวันหนึ่ง ขณะที่มีการเข้าแถวเพื่อเคารพธงชาตินั้น เมื่อมีข่าวสารและการประกาศอยู่นั้น ท่านอาจารย์ ประภาได้นำตัวน้องๆนักเรียนหญิง ม.ต้น 3คน (น่าจะใช่นะ) ออกมาและประกาศว่าน้องๆกลุ่มนี้โดนบังคับให้ถอดกระโปรง และเอากระโปรงไปโดยที่คนที่บังคับนั้นได้เอากระโปรงที่ผิดระเบียบมาให้แทนแล้วบอกว่าเดี๋ยวมาคืน โดยที่น้องๆกลุ่มนี้นั้นได้ร้องให้แล้วไปหาอาจารย์ เรื่องจึงแแดงขึ้นมา และจะเป็นใครนั้นเราๆท่านๆต่างก็น่าที่จะรู้กันดีเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นสมาชิกของห้องเรานั่นเอง ซึ่งเมื่อมีการสอบถามก็ได้ความกันมาว่า เพื่อนเรานั้นได้ใส่กระโปรงที่ผิดระเบียบมาโรงเรียน และก็เพราะความอยากสวยนั่นเอง แต่พอดีกลัวความผิดเพราะว่าวันนั้นมีคาบเรียนกับท่านอาจารย์พอดี เลยต้องใช้วิธีบังคับน้อง ม. ต้นเพื่อเอากระโปรงในห้องน้ำนั่นเอง และเรื่องนี้ก็ได้รับการประจานที่หน้าเสาธงด้วยนั่นเอง ถ้าจะคิดให้ดีนั้นมันออกจะเป็นเรื่องที่ตลกมากกว่าเรื่องที่จะเอามาคิดให้ว่าเป็นเรื่องซีเรียส แต่จะถือได้ว่าเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องที่ เพื่อนๆ น่าจะจดจำไว้อีกเรื่อง 1…….อยากสวยแต่ไม่มีใครเข้าใจ

By…Sec Admin

 

สร้อยไก่หลังห้องน้ำหญิงหน้าอาคาร3 เมื่อสมัยที่เราๆนั้นได้เรียนอยู่ในระดับชั้นม.5เอ..?หรือว่าม.6กันแน่…? อันนี้ไม่อาจที่จะจำได้ใครจำได้ก็บอกกันมาบ้างนะคร้าบ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าตอนที่ห้องเราได้เรียนวิชาเกษตรกับท่านอาจารย์ วันเพ็ญ ซึ่งเป็นการเรียนที่ค่อนข้างจะออกไปในทางวิชาการเป็นอย่างมาก เป็นในส่วนปฏิบัติก็มีบ้าง เมื่อมาถึงส่วนปฏิบัตินั้นท่านจารย์ได้มีการให้สมาชิกในห้องเรานั้นได้แบ่งกลุ่มกันเมื่อเป็นไปดังนั้นจึงแบ่งๆกันไปตามใจชอบกันเอง แต่ล่ะกลุ่มจะปลูกดอกไม้ซึ่งไม่เหมือนกัน ที่จำได้คือ กลุ่มดาริณีปลูก ดอกดาวเรือง พันธิ์ พอท มาริโกว กลุ่ม เสกสรร ปลูก หงอนไก่ แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงที่ สร้อยไก่ ของกลุ่ม จันทร์ทรา องอาจ จุฑามาศ ดวงกมล และคนอื่นๆอีก(จำไม่ได้) ที่ปลูกอยู่ที่หลังห้องน้ำหญิงหน้าอาคาร3 เมื่อมีการปลูกนั้นท่านอาจารย์ก็ได้ให้แต่ล่ะกลุ่มดูแลของตัวเองให้เป็นอย่างดี เพราะว่าจะมีการให้คะแนนกัน และด้วยความชำนาญพิเศษของสมาชิกกลุ่มนี้นี่เองที่ทำการดูแล สร้อยไก่ เป็นอย่างดีเสมอมา จนสุดท้ายและในที่สุด ต้นสร้อยไก่มันก็มีลำต้นอวบอิ่มสูงกว่า5 เซนติเมตร เกือบทุกต้น เมื่อถึงคาบเรียนทีไรท่านอาจารย์ก็จะสั่งให้ไปดูแลรดน้ำพรวนดินกันทุกครั้ง ซึ่งกลุ่มนี้ก็มากันอย่างสม่ำเสมอจึงทำให้ได้สร้อยไก่ที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ที่สุด จนแทบที่จะเอาไปลงใน กินเนทบุค ได้เลย จนท่านอาจารย์นั้นรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากในกลุ่มนี้เมื่อถึงเวลาจะตรวจงานนั้นดอกสร้อยไก่ได้ออกมาในขณะที่ลำต้นนั้นมีขนาดเพียง5เซนติเมตรเท่านั้น ทางกลุ่มนี้จึงนำเสนอด้วยความภาคภูมิใจว่า …อาจารย์คะ ถึงมันจะต้นเล็กนะ แต่มันก็ยังออกดอกนะคะ… ท่านอาจารย์จึงถอนหายใจแล้วพูดออกมาว่า …มันเป็นสัณชาติยานแห่งความอยู่รอดไง เพราะว่า อารายก็ตามที่มันกำลังจะตายอ่ะมันจะพยายามทุกวิถีทางที่จะให้เผาพันธิ์ของมันได้มีอยู่รอดสืบไป ….มันเลยออกดอกออกมา เพราะว่ามันกำลังจะตาย ในขณะที่ยังไม่ถึงเวลาตาย แต่ต้องหาทุกหนทางเพื่อที่จะให้มีการสืบต่อไปจึงจำเป็นอย่างมากที่สุดที่ต้องออกดอก….ยังจะมาอวดอีกหรอ..เพื่อนๆได้ยินดังนั้นจึงพากันหัวเราะกันเป็นอย่างมากเพราะเท่าที่ดูแล้วก็ไม่น่าจะรอดแน่นอนมาตั้งแต่แรก ผิดกับกลุ่มไกล้ๆกันที่ปลูกหงอนไก่ที่ต้นสูงเกือบ1เมตร (อิอิไม่ได้อวดนะ)และสุดท้ายสร้อยไก่ก็จากพวกเราไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ………อาเมน

By…sec Admin

กิจกรรมยามเช้า …….เมื่อจะกล่าวถึงหัวข้อเรื่องเล่าเรื่องนี้นั้น ก็ต้องขอกล่าวถึงแหล่งกบดานของแต่ล่ะกลุ่มกันก่อน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีเพียงแค่ไม่กี่ที่เท่านั้นโดยหลักๆแล้วคือที่ด้านตรงเสาธง ด้านแถวๆโรงอาหารอาคารอเนกสัมพันธ์ ซึ่งกิจกรรมยามเช้าที่จะเล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนๆที่โรงเรียนใดๆก็คงจะเหมือนกัน (เว้นแต่บางที่นะ)คือการลอกการบ้านนั่นเอง โดยแหล่งการลอกแหล่งใหญ่คือบริเวณหน้าเสาธงนั่นเอง ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นการรอคอยกับบางคนที่ทำมา ซึ่งส่วนใหญ่ที่จะรอมีการลอกนั้นจะเป็นวิชา คณิตศาสตร์ กับ ภาษาอังกฤษ เพระหลายต่อหลายคนนั้นค่อนข้างที่จะชำนาญหรือมีความถนัดกันเป็นอย่างมากนั่นเองใน2วิชานี้และบุคคลแห่งการที่พวกเรารอคอยนั้นก็มีไม่กี่คน คือถ้าเป็น เลข ก็ สมชัย ถ้า อังกฤษ ก็ ศิริวุฒิ เส็จศึก แต่ถ้าวันดีคืนดีเมื่อบุคคลแห่งความหวังทั้งหลายไม่มาหรือไม่ทำมาเช่นเดียวกับเราๆท่านๆนั้นก็จะต้องเดือด ร้อนไปถึงยัง ดาริณี นั่นเอง ที่จะต้องให้เอายืมมาลอก ซึ่งเมื่อจะไปยืมเอาสมุดการบ้านของดาริณีมาลอกได้นั้นต้องผ่านด่าน อรหันต์ ทั้ง8ก่อน นั่นก็คือ ต้องรอ ให้บรรดาสมาชิก กลุ่มของดาริณีลอกกันให้ครบทุกคนก่อนจึงจะนำมาทำการลอกแบบต่อได้ แต่ข้อดีก็คือทำให้ได้ต้นฉบับเพิ่มมาได้อีกเป็น9เล่มเลย เลยเอามาลอกได้พร้อมๆๆกันได้หลายคน สะดวกไปอีกแบบ

By…sec Admin

 

สอบวิชาเกษตร..ม.6..ตกม้าตาย…….. เมื่อจะกล่าวถึงการสอบนั้นทุกคนหรือหลายคนอาจจะชอบ หรือไม่ชอบก็แล้วแต่บุคคล แต่การสอบที่ทำให้ทุกคนหัวเสียได้มากที่สุดอีกวิชา 1 นั้นก็คือการสอบวิชาเกษตรตอน ม.6 ซึ่งเรานั้นได้เรียน กับท่านอาจารย์เล็ก นิลผึ้ง ซึ่งจะพูดอีกอย่างก็ได้เลยว่าเรียนเกษตรทีไร ก็ต้องเจอท่านอาจารย์ผู้นี้เกือบทุกครั้งไปนั่นเอง ซึ่งการเรียนนั้นก็ไม่มีอารายมากมายนักนอกจากขุดดินปลูกต้นไม้ขนของรดน้ำต้นไม้ และอีกมากมายหลายอย่าง ซึ่งจะเป็นการเรียนแบบวิชาการแบบโดยตรงนั้นค่อนข้างน้อย และแล้ววันเกิดเหตุก็มาถึง ก็ท่านอาจารย์ผู้สอนดันมาบอกว่าวันนี้จะให้ไปสอบที่โรงอาหารนะ ทำให้ทุกคนตกใจว่าสอบอารายไม่เห็นบอกล่วงหน้าให้อ่านมาหรือเตรียมตัวเตรียมใจกันก่อน อยู่ๆมาทำอย่างนี้มันรู้สึกแป้วๆไงก็ไม่รู้ ทุกคนต่าง งง ว่าเกิดรายขึ้นมีสอบด้วยหรอ? สุดท้ายเมื่อไปถึงที่โรงอาหาร ท่านอาจารย์ก็ได้แจกกระดาษเปล่ามาคนล่ะ 1 ใบ แล้วบอกให้เขียนชื่อชั้น เลขที่ เมื่อแจกครบจึงบอกว่า ข้อสอบครั้งนี้คือ…ให้เขียนชื่อดอกไม้ในวรรณคดีมาให้ได้มากที่สุด…… (โอ๊ะโออารายกันนี่) เป็นการสอบที่เซอร์ไพร้สุดๆเท่าที่เคยเจอมานักเรียนระดับม.ปลายวัยสะรุ่น จะไปรู้หรอ? อีกอย่างถึงจะเรียนวิชา ประวัติวรรณคดี กับท่านอาจารย์เนาวรัตน์ ปราสาททอง มาก็ไม่ได้ช่วยอารายได้เลย เมื่อท่านอาจารย์พูดจบก็เดินออกไปพร้อมกับบอกว่าจะมาตอนท้ายคาบเรียนนะ เมื่อเป็นเช่นนั้น หลายต่อหลายคนจึงช่วยกันนึก ช่วยกันลอก ช่วยกันต่างๆนาๆ ทั้ง กระดังงา จำปี จำปา สายหยุด แล้วก็มาอีกหลายต่อหลายดอก แต่ประเด็นความยากมันดันอยู่ตรงที่ว่า เออแล้วไอ้เจ้าดอกพวกนี้นี่มันช่ายดอกไม้ในวรรณคดีหรือเปล่าหว่า…? สุดท้ายไกล้หมดคาบได้มากันแค่ประมาณ7-10ดอก ท่านอาจารย์ก็เดินเข้ามาแล้วบอกว่าหมดเวลาให้เก็บกระดาษคำตอบเลย เมื่อเก็บเสร็จท่านอาจารย์ได้อ่านของบางคนแล้วกลับหัวเราะขึ้นมาทันทีแล้วทำหน้าตาแบบสะใจมากมาย แล้วจึงพูดออกมาว่า ได้แค่นี้กันเองหรอ?ทามมายไม่รู้จักกันเลยหรอว่ามีดอกอารายกันมั่งอ่ะ ทุกคนก็ประมาณว่า ช่ายๆๆๆๆ สุดท้ายท่านอาจารย์ก็บอกว่าทุกคนลองอ่านป้ายชื่อของร้านอาหารทุกร้านในโรงอาหารนี้ดูสิว่ามีอารายกันบ้าง และทั้งหมดทุกร้านนี้หล่ะ คือชื่อของ ดอกไม้ในวรรณคดี ทุกคนได้ยินดังนั้นจึงหันไปตามคำบอกแล้วก็ ต้องประมาณว่าอืมๆๆๆๆๆๆ แล้วก็ส่ายหัว ออกจะขำๆๆกัน เพระแต่ล่ะร้านมี แต่ ชงโค พุฒตาล สุพรรณ์ณิกา และอื่นๆๆอีกมากมาย และเรื่องของเรื่องการตกม้าตายก็อยู่ตรงนี้นี่เอง และที่สำคัญสุดๆคือ ไม่มีผู้ใดเลยเขียนชื่อที่เป็นชื่อของร้านอาหารในโรงอาหารนั้น เป็นคำตอบเลย …………ท่านอาจารย์ก็ได้แต่หัวเราะเสียงดังและเดินจากไป….กรรมจริงๆโง่กันเอง

By…sec Admin

กลุ่ม แก๊งค์ แยก แตก หมู่ เหล่า………. เมื่อจะกล่าวถึงนั้นก็นึกถึงตอนม.4 ที่ท่านอาจารย์ สังคมท่านหนึ่งถามถึงคำๆหนึ่งที่ว่า สังคม ที่ลงท้ายก็ด้วยความหมายที่ว่า มนุษย์ เป็น สัตว์สังคม เล่นเอางง กันเป็นแถบๆ ดังนี้ ห้องเราก็อีกเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อจะพูดว่าห้องเรานั้นเป็นสังคมหนึ่งๆๆก็ย่อมที่จะมีสังคมย่อยๆลงไปอีก นั่นก็คือ การแบ่งกลุ่มกันเอง เป็นความพึงพอใจของหลายต่อหลายฝ่าย ถ้าจะให้นับจริงๆก็มีไม่กี่กลุ่มที่เป็นกลุ่มหลักๆ คือ 1.nine mix ที่จะมีสมาชิก9คน อันนี้ก็เป็นที่รู้ๆกันทั่วไป 2.กลุ่มของบรรดาอ๋อยและบรรดาสาวก 3.กลุ่มจุฑามาศ 4.กลุ่มอัญชลี แม้ต่อมาภายหลังการปะติวัด กลุ่ม3กับ4จะมารวมกันก็ตาม แต่เราก็จะขออธิบายไว้ ส่วนบรรดาท่านชายหนุ่มทั้งหลายนั้นถ้าจะให้รวบรวมกันจริงๆหรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งว่าไม่มีกลุ่มนั้น ก็คงจะเป็นคำที่เหมาะสม มากกว่า แต่ก็พอจะแยกออกมาเป็นคนๆย่อยๆได้บ้าง เช่น สะมะ กับ เบียร์ โน๊ตกับนพคุณ เสกสรร กับ ชานนท์ ส่วนยุทธศักดิ์กับดุสิต จะกล่าวว่าเป็นกลุ่ม วงโย ก็ว่าได้ หนุ่มกับเจฟกับพี ส่วนอุ้ยนี่ก็ทำแต่มิวสิก (ถ้ามีครายกับครายก็วานช่วยส่งข้อมูลด้วยนะคร้าบบ)

By…sec Admin

  

เอ่..บี..ซี..ดี..อี๊..เอ๊ฟ..จี….??dscf0347.jpg

…….เรื่องนี้เป็น เรื่องที่อยากจะให้หลายๆคนได้รับรู้เอาไว้ เพราะ โดยส่วนตัวของผู้เขียนเองเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าประจาน(ไม่ช่ายๆๆ)ที่น่าสนใจ เป็นอย่างมาก เหตุที่ตั้งชื่อเรื่องเป็นแบบนี้ ก็ย่อมเกี่ยวข้องกันแน่ๆ ไม่งั๊นจะตั้งทำไมเนาะ? เอาเป็นว่าเริ่มกันเลยดีกว่า ตอนนั้นเป็นเวลายามบ่ายแก่ๆ ของวันเรียนวันหนึ่งของสมัย ม.6 หลังจากเรียน วิชาภาษาอังกฤษ เรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างก็ลงมาจากอาคารเรียน ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเป็นอาคาร3นะครับเพระถ้าเป็นวิชานี้ก็คงต้องอาคารนี้ ปรากฎว่า ณ เวลานั้นเอง นาย กิดสะดา หรือเบียร์ เพื่อนคน หนึ่งของเรานั้น ได้เข้าไปในห้องพักครู หมวด ภาษาอังกฤษ แต่เข้าไปทามมายนั้น เรายังไม่อาจที่จะ ขอสรุปได้ เพราะว่า เรื่องนี้ ละเอียดอ่อนมาก ซึ่งอาจจะกระทบ ถึง ประเทศชาติได้(เกี่ยวกันตรงไหน) เอาเป็นว่าเข้าไปล่ะกัน เข้าไปอยู่ที่โต๊ะ ของ อาจารย์ วิทยา ซึ่งเพื่อนๆๆก็คอยอยู่ว่าเข้าไปทามมายนานจัง ที่ว่าเพื่อนๆๆนี่ไม่รู้ครายบ้างนะ แต่ที่จามได้คือ เสกสรร ชานนท์……ก็ว่าทามมายไม่ออกมา สักที คอยอยุ่นาน2นาน เราก็นึกว่า ท่าน อาจารย์ อาจให้ทำอารายเกี่ยว กับคอมพิวเตอร์หรือเปล่า เพราะทุกทีก็จะโดนเรียกอยู่บ่อยๆ หลังจากนั้นผู้คอย ก็ไปนั่งคอยต่อที่ ด้านข้าง ห้องพักครูนั้น แต่น่าจะเป็นคาบว่าง เพราะว่า เพื่อนๆหลายๆคนก็อยู่ ณ บริเวณนั้น เมื่อเวลาได้ผ่านไปได้สักพักใหญ่ๆๆ นายเบียร์ของเราก็ออกมา เดินทำหนาตามุ้ยออกมาเลย เพื่อนๆๆเลยถามว่า ทามรายนานจัง เบียร์กลับตอบสิ่งทุกคนไม่คาดฝันออกมา คือ โดนสั่งคัดลายมือ อ่ะสิ (แต่ไม่แน่ใจว่าภาษาอาราย)ซึ่งทำให้ทุกคนที่ได้ยิน หัวเราะออกมาเลย แล้ว ทุกคนต่างอยากรู้ต่อว่า ทำไม???? เบียร์จึงเล่าต่อว่า อาจารย์ ท่านเห็นว่า อยู่ตั้ง ม.6 แล้ว ลายมืออ่านไม่ออกเลย ก็เลยให้คัดลายมือไง 55555 ก็อยากจะให้ท่านผู้อ่านคิดตามนะครับว่าจำลายมือ เบียร์ได้ไหม? ที่ทุกคนต่างพูดกันว่า เป็นลายมือ ของพวก หมอ พวก นักธุระกิจอ่ะ จำได้ไหม?ว่าเป็นยังไง(อ่านไม่ออกเลย55555)

By..sec Admin

ไอ้นพ…บ้านมันน้ำท่วม ……….คำพูดนี้ฟังแล้วจับใจผู้เขียนเป็นอย่างมาก เพราะ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเป็นความเข้าใจผิดที่ผู้เขียนนั้นโดนกล่าวหาเรื่องนั้นมีอยู่ว่า เช้าวันศุกร์ ตอนม.6 อันนี้ยืนยันได้เพราะใส่ชุด รด. ในขณะที่เป็นเวลายามเช้าที่ทุกคนนั้นต่างลอกการบ้าน เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้นก็เป็นเวลาเกือบจะ08.00น. แล้ว เพราะว่าตอนนั้น ท่านอาจารย์ได้ขึ้นมาเตรียมตัวที่เสาธงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตอนนั้น เองนายนพคุณได้เดินผ่านกลุ่มสมาชิกห้องเราเพื่อที่จะไป สานต่อกิจกรรม เดินทน ไปทางที่เข้าแถว น้องๆม.ต้น และในขณะนั้นเองมีเพื่อนคนหนึ่งกลับชี้ให้ทุกคนดูว่านายนพคุณไม่ได้ใส่รองเท้า รด. มา เพื่อนอีกคนจึงสวนขึ้นมาว่า ก็เมื่อวานฝนตกหนิ อีกคนจึงสวนมาอีกว่าแล้วเมื่อวานใส่รองเท้า รด. มาหรอ?ได้ทีนายปิยะพงษ์ อีกแล้วครับท่าน ก็ได้เกิดความคึกคะนองขึ้นมา กะเอาประมาณว่าท่านอาจารย์ ที่อยู่ที่ตรงเสาธงต้องได้ยินแน่(อาจารย์สายันต์)จึงตะโกนออกไปว่า ไอ้…นพบ้าน…มันน้ำท่วมหว่ะถึงไม่ใส่รองเท้ามา เพื่อนๆก็ธรรมดากัน ออกขำบ้างเล็กน้อย แต่เรื่องมันอยู่ตรงที่ว่าในขณะเข้าแถวของวันนั้นนั่นเอง ท่านอาจารย์ได้นำเรื่องนี้ขึ้นประกาศที่หน้าเสาธงเลยว่า มีเพื่อนนักเรียนของเราได้ว่ากล่าวเพื่อนตัวเองด้วยว่าบ้านน้ำท่วมหรอถึงไม่ใส่รองเท้ามาอ่ะ แล้วท่านอาจารย์ก็ด่าแทนต่ออีกมากมายพาลไปหาคนอื่นๆๆอีกเยอะ ซึ่งในขณะนั้นเอง เพื่อนๆผู้หญิงสมาชิกห้องเรานั้นต่างคิดว่า เสกสรร เป็นคนที่ปากดี ด่า นพคุณนั้น จึงมาแซวใส่กันใหญ่ ทั้งๆที่ เสกสรร เองเป็นแต่เพียงตัวประกอบในเรื่องนี้เท่านั้น จึงแจ้งมาเพื่อ ทราบ โดยเฉพาะศิริวรรณ เพราะเธอเองก็คิดว่าเป็น เสกสรร และเธอก็เป็นญาติ อาจารย์สายันต์(เกี่ยวกันตรงไหน)อิอิอิ

By…sec Admin

มัวแต่สวยไม่สนใจเรียน.

……….และแล้วเรื่องราวแห่งการเข้าใจผิดอีก 1 เรื่องที่ทางทีมงานได้รับเรื่องในการร้องเรียนจากทางผู้ถูกกล่าวหา อีก1เรื่องก็ได้มีการเรียบเรียงและเผยแพร่เพื่อที่อาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจกันในบรรดาเพื่อนๆทุกคนที่อาจจะเข้าใจผิดๆกันในเรื่องนี้ หรือเป็นการบอกเล่าให้รู้สำหรับเพื่อนๆบางคนที่ไม่รู้หรือว่า แก่ กันแล้วจนจำไม่ได้(หรือเปล่า?) เริ่มเรื่องเกิดขึ้นในขณะเรียนวิชา เลข กับท่านอาจารย์ดาริณก็เป็นวันๆหนึ่งซึ่งคล้ายๆเหมือนๆกับทุกวันและวันนั้นเองน้องอ๋อยของเรานั่งริมหน้าต่างกับเพื่อน แต่จำไม่ได้ว่าใคร

 

ส่วนด้านหลังนั้นมี น.ส. จันทร์หอม กับ น้องเขมรนั่งอยู่ เมื่อมีการเรียนไปสักพัก ท่านอาจารย์ดันไปพบกับภาพที่ทำให้เกิดอารมณ์ได้อย่างรุนแรงมากที่สุดนั่นก็คือ เพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่งไม่ได้สนใจเรียนเลย มัวแต่กำลังแต่งหน้า ช่ายครับ หลายคนอาจจะคิดว่าน่าจะเป็น ส้ม จันทรา จุ ปลา หรือใครต่อใครใช่ไหม? แต่ที่จริงแล้วเป็นอ๋อยแล้วท่านอาจารย์ก็เรียก แล้วอ๋อยก็ไม่ได้ยินมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาแต่ง จนทำให้ เจ๊ฟ ต้องตะโกนเรียกว่า อ๋อย มัวแต่นั่งแต่งหน้าอยู่ได้ไม่สนใจเรียนเลยอาจารย์เรียกอ่ะ(ประมาณนี้) ทำให้เพื่อนๆทุกคนหันมามองที่อ๋อย และก็มองหน้าแบบประณาม น่าดู ซึ่งเมื่อถึงตรงนี้แล้วอยากให้ทุกคนนึกไปถึงอ๋อยสมันยั้นดูนะครับว่า เธอมีลักษณะอย่างไร ถ้านึกไม่ออกเราจะบรรยายให้ฟัง เธอเป็นผู้หญิงตัวดำๆไว้ผมยาว ไว้หนวดรกรุงรังใส่เสื้อผ้าตัวใหญๆ่ โดยที่แม่กะว่าซื้อไว้เผื่อโต ซึ่งจากลักษณะตอนนั้นก็ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะแต่งหน้า จริงครับวันนั้นคนแต่งหน้าไม่ใช่อ๋อย แต่เป็นจันทร์หอมซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังนั่นเองโดยที่ เจ๊ฟนั้นเข้าใจผิด คิดว่าคนที่ท่านอาจารย์เรียกว่ามัวแต่แต่งหน้านั่นคืออ๋อย เลยใส่ด้วยน้ำเสียงที่ดังโดยคิดว่าเป็นอ๋อยเต็มที่ จึงทำให้อ๋อย งง และต้องยอมรับไปโดยปริยาย เพราะ ความเข้าใจผิดของเจ๊ฟนั่นเอง ที่ไม่ได้เห็นกับตาแต่หันมาแล้วคิดว่าเป็นอ๋อยเลยใส่ซะ และเรื่องราวทั้งหมดนี้จึงเป็นการแจ้งมาเพื่อทราบ มิได้เป็นการแก้ตัวแต่อย่างใด

By… Sec Admin

  

 

กล่องแบรนด์ซูปไก่…มีไว้แช่เย็น……………………(โปรดรอ)

 

ข้อสอบ100ปี…………………………………………(โปรดรอ)

4 Responses to “เรื่องเล่า-เก้านี้”

  1. Admin รุ่น86ห้อง9 said

    Change Change Change Change Change Change Change Change Change Change_______________________________________________ Change
    Change_____________ยกระดับหน้าคอลัมน์ เป็นหน้า ________________Change
    Change_________ร่วมแสดงความคิดเห็นได้เหมือนเดิมนะครับ___________Change
    Change__ความคิดเห็นของเดิมไม่สามารถย้ายมาที่นี่ได้ ต้องขออภัยด้วยนะครับ__Change
    Change___แต่ใช่ว่าไม่มีทางทำได้นะครับ เพียงแต่ ท่านกล้าจะลงทุนหรือเปล่า___Change
    Change__________เท่าไหร่หรอกครับ 2000-5000 บาท _____________Change
    Change________เพียงเท่านี้ ท่านก็จะได้ตามที่ท่านต้องการนะครับ _________Change
    Change________________________________________________Change
    Change Change Change Change Change Change Change Change Change

  2. Admin รุ่น86ห้อง9 said

    กล่องแบรนด์……..ดด

  3. katjang said

    ไหนๆๆๆๆๆๆๆๆ…เอาเรื่อง……อยากอ่านๆๆๆๆ

  4. katjang said

    กล่องแบรนด์………เมื่อรายจะมาหล่ะ???……มีข่าววงในบอกมาว่าเดือน กันยายน มีนัดรวมเพื่อนห้องเราแน่นอน……หน่วยข่าวกรอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: